ข้อกำหนดและเงื่อนไข

ข้อกำหนดทั่วไปของข้อตกลง

ข้อ 1 (การบังคับใช้ข้อบังคับ)
1. ข้อบังคับเหล่านี้ระบุถึงข้อกำหนดในการใช้งานระบบการเผยแพร่โฆษณา (มีการให้คำจำกัดความอยู่ในข้อ 2 วรรค 1 ของเอกสารนี้) ซึ่งนำเสนอโดยบริษัท ฟรีคเอ้าท์ (ประเทศไทย) จำกัด (ต่อไปอ้างอิงถึงว่า “บริษัท”)
2. หลักเกณฑ์ คู่มือ ข้อมูลจำเพาะ มาตรฐาน และข้อบังคับอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ระบบการเผยแพร่โฆษณา (หากบริษัทเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้เนื่องจากเหตุผลบางประการ เช่น การเพิ่มบริการ ฉบับที่ถูกปรับเปลี่ยนแล้วจะนำมาบังคับใช้) ซึ่งถูกระบุไว้โดยบริษัทเป็นการแยกต่างหากตามความจำเป็นที่จะต้องใช้ควบคุมระบบการเผยแพร่โฆษณาของบริษัทให้เป็นไปอย่างราบรื่นนั้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับเหล่านี้

ข้อ 2 (คำจำกัดความของข้อกำหนด)
นอกเหนือจากข้อระบุใดๆ ในข้อกำหนดอื่นๆ ของข้อบังคับเหล่านี้แล้ว คำจำกัดความของข้อกำหนดที่ใช้ในข้อบังคับเหล่านี้จะต้องเป็นไปตามคำจำกัดความที่ระบุอยู่ในข้อดังต่อไปนี้:
(1) “ระบบการเผยแพร่โฆษณา” หมายถึง ระบบการเผยแพร่โฆษณา “AppDavis” ที่นำเสนอโดยบริษัท สำหรับใช้จัดวางโฆษณาบนอินเทอร์เน็ต
(2) “คู่ค้าสื่อ” หมายถึง บุคคลที่สมัครใช้ระบบการเผยแพร่โฆษณาโดยแสดงการยอมรับข้อบังคับเหล่านี้ตามวิธีการที่กำหนดโดยบริษัท และได้รับการอนุมัติจากบริษัทแล้ว ในฐานะที่เป็นหนึ่งในบรรดาผู้ที่ประสงค์จะใช้งานระบบการเผยแพร่โฆษณา
(3) “SDK เฉพาะ” หมายถึง ชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Development Kit) ที่พัฒนาขึ้นและนำเสนอโดยบริษัท นอกจากนี้ ยังถูกใช้เป็นการโดยเฉพาะสำหรับระบบการเผยแพร่โฆษณา ทั้งนี้ SDK เฉพาะถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเผยแพร่โฆษณา
(4) “สื่อกลาง” หมายถึง โปรแกรมประยุกต์และเนื้อหาเว็บสำหรับเทอร์มินัลของสมาร์ทโฟนที่ควบคุมโดยคู่ค้าสื่อ
(5) “ไซต์สำหรับคู่ค้าสื่อ” หมายถึง เว็บไซต์ที่ได้รับการอนุญาตให้เข้าถึงด้วยวิธีการรับรองความถูกต้องโดยใช้ ID และรหัสผ่านสำหรับเข้าสู่ระบบ (ต่อไปอ้างอิงถึงว่า “ID และข้อมูลอื่นๆ”) ซึ่งบริษัทจัดหาให้แก่คู่ค้าสื่อ และซึ่งคู่ค้าสื่อจำเป็นต้องลงทะเบียนข้อมูลไว้ตามที่กำหนดโดยบริษัท (ข้อมูลที่ติดต่อ, ชื่อ, และเนื้อหาของสื่อกลาง, URL ฯลฯ) นอกจากนี้ ยังมีขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการเรียกดูเงื่อนไขที่อาจมีขึ้นและราคาต่อหน่วย เป็นต้น ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการจัดวางโฆษณาโดยใช้สื่อไคลเอ็นต์ รวมทั้งให้ข้อมูลทางเทคนิคและข้อมูลอื่นๆ ฯลฯ ของบริษัท ที่จำเป็นสำหรับการใช้งานระบบการเผยแพร่โฆษณาโดยคู่ค้าสื่อเหล่านี้
(6) “สื่อไคลเอ็นต์” หมายถึง โปรแกรมประยุกต์และเนื้อหาเว็บทั่วไปสำหรับสมาร์ทโฟนที่ควบคุมโดยบุคคลภายนอกโดยร่วมมือกับบริษัท
(7) “กระดานข้อเสนอ” หมายถึง หน้าเว็บที่ควบคุมโดยบริษัทซึ่งทำหน้าที่ใส่สื่อไคลเอ็นต์และแสดงการส่งเสริมการขายต่างๆ
(8) “โฆษณาที่แสดงในฟีด” หมายถึง “โฆษณาในฟีด” และโฆษณาที่ติดตั้งอยู่ภายในพื้นที่สำหรับนำเสนอข้อมูลใหม่และรายการหน้าที่จัดวางอยู่ในเว็บไซต์
(9) “ค่าธรรมเนียมที่อาจมีขึ้น” หมายถึง ค่าธรรมเนียมที่อาจมีขึ้นซึ่งคำนวณตามจำนวนของกรณีการจัดวางโฆษณาของสื่อไคลเอ็นต์ที่ได้ดำเนินการสำเร็จตามเงื่อนไขที่อาจมีขึ้น (ต่อไปอ้างอิงถึงว่า “จำนวนกรณีที่อาจมีขึ้น”) ที่ระบุไว้โดยบริษัท (ต่อไปอ้างอิงถึงพียงว่า “เงื่อนไขที่อาจมีขึ้น”) และหมายถึงค่าธรรมเนียมที่คำนวณตามราคาต่อหน่วย ต่อ 1 การดำเนินการสำเร็จ

ข้อ 3 (การเปลี่ยนแปลงข้อบังคับเหล่านี้)
บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงข้อบังคับเหล่านี้เป็นครั้งคราว เมื่อบริษัทมีความประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงข้อบังคับเหล่านี้ บริษัทจะกำหนดระยะเวลาการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า และจะแจ้งให้คู่ค้าสื่อทราบถึงการเปลี่ยนแปลงข้อบังคับเหล่านี้ อีกทั้งยังจะแจ้งข้อมูลของข้อบังคับหลังจากที่ดำเนินการเปลี่ยนแปลงแล้วอีกด้วย หรือบริษัทจะทำให้คู่ค้าสื่อเกิดความเข้าใจอย่างครบถ้วนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้และข้อบังคับหลังจากที่ดำเนินการเปลี่ยนแปลงแล้วโดยการจัดแสดงไว้ในไซต์สำหรับคู่ค้าสื่อ หรือโดยวิธีการอื่นๆ ที่บริษัทตัดสินว่าเหมาะสม หลังจากที่ผ่านพ้นกำหนดระยะเวลาแจ้งให้ทราบล่วงหน้าแล้ว ข้อบังคับที่ผ่านการเปลี่ยนแปลงแล้วจะถูกนำมาใช้ ยกเว้นในกรณีใดตาม ที่มีการระบุไว้เป็นอื่นโดยบริษัท

ข้อ 4 (ประกาศ)
1. เว้นแต่จะมีการระบุไว้เป็นอื่นในข้อบังคับเหล่านี้ บริษัทจะประกาศให้คู่ค้าสื่อทราบด้วยวิธีการที่บริษัทตัดสินว่ามีความเหมาะสม เช่น ทางอีเมล การเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร หรือการจัดวางลงในไซต์สำหรับคู่ค้าสื่อ และโดยการอ้างอิงถึงเนื้อหาของประกาศ
2. หากบริษัทประกาศโดยใช้วิธีการแจ้งทางอีเมลหรือโดยการจัดแสดงไว้ในไซต์สำหรับคู่ค้าสื่อตามข้อกำหนดในวรรคก่อนหน้านี้ ประกาศนั้นจะมีผลบังคับใช้ ณ เวลาที่ส่งอีเมลที่เกี่ยวข้องหรือเมื่อมีการจัดแสดงลงในไซต์สำหรับคู่ค้าสื่อ

ข้อ 5 (การลงทะเบียนสำหรับใช้งาน)
1. บุคคล (ต่อไปอ้างอิงถึงว่า “ผู้สมัครใช้งาน”) ที่ประสงค์จะสมัครใช้งานระบบการเผยแพร่โฆษณา (ต่อไปอ้างอิงถึงว่า “การสมัครใช้งาน”) จะต้องสมัครใช้งานโดยแสดงการยอมรับเนื้อหาของข้อบังคับเหล่านี้และดำเนินการตามกระบวนการลงทะเบียนของคู่ค้าสื่อตามที่กำหนดโดยบริษัท ผู้สมัครใช้งานจะถูกพิจารณาว่า ยอมรับเนื้อหาของข้อบังคับเหล่านี้ เมื่อยื่นการสมัครใช้งานนี้
2. บริษัทอาจไม่อนุมัติการสมัครใช้งานได้ตามวรรคก่อนหน้านี้ สำหรับกรณีดังต่อไปนี้:
(1) หากบริษัทตัดสินว่า มีอุปสรรคทางด้านเทคนิคหรือมีอุปสรรคทางด้านธุรกิจ
(2) หากผู้สมัครใช้งานถูกระงับการใช้งานตามข้อกำหนดของระบบการเผยแพร่โฆษณาตามข้อ 14 วรรค 3 หรือหากผู้สมัครอาจต้องถูกยกเลิกข้อตกลงการใช้งานระบบการเผยแพร่โฆษณาทั้งหมดหรือเพียงส่วนหนึ่ง
(3) หากผู้สมัครใช้งานล้มเหลวหรือมีแนวโน้มว่าจะล้มเหลวในการปฏิบัติตามข้อผูกมัดที่มีต่อบริษัท (รวมถึงข้อผูกมัดใดๆ ที่นอกเหนือจากข้อบังคับเหล่านี้)
(4) หากบริษัทตัดสินว่า มีข้อบกพร่องหรือมีคำอธิบายที่ไม่ถูกต้องอยู่ในเนื้อหาของการลงทะเบียนของคู่ค้าสื่อ
(5) หากบริษัทตัดสินว่า การสมัครขาดความเหมาะสมในลักษณะอื่นใด
3. บริษัทจะตรวจสอบเนื้อหาของการสมัครใช้งานและแจ้งให้ผู้สมัครใช้งานทราบว่า บริษัทอนุมัติการสมัครใช้งานหรือไม่ เมื่อบริษัทดำเนินการส่งประกาศการอนุมัติตามวรรคนี้ จะถือว่า ได้ดำเนินการตามข้อตกลงการใช้งานระบบการเผยแพร่โฆษณา (ต่อไปอ้างอิงถึงว่า "ข้อตกลงการใช้งานระบบการเผยแพร่โฆษณา") แล้ว
4. หากบริษัทอนุมัติการสมัครใช้งาน จากนั้น บริษัทจะออก ID และรหัสผ่านให้แก่คู่ค้าสื่อที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 6 (การสมัครเพื่อขอจัดวางโฆษณา)
1. คู่ค้าสื่ออาจสมัครใช้สื่อกลาง ซึ่งคู่ค้าสื่อต้องการที่จะจัดวางโฆษณาไว้บนนั้นตามกระบวนการที่กำหนดโดยบริษัท
2. บริษัทจะทำการตรวจสอบการจัดวางโฆษณาโดยอิงตามการสมัครใช้งานในวรรคก่อนหน้า และจะแจ้งให้คู่ค้าสื่อทราบถึงผลการตรวจสอบ
3. หากคู่ค้าสื่อผ่านการตรวจสอบในวรรคก่อนหน้า บริษัทจะออก ID สำหรับใช้ระบุสื่อกลางนั้นให้แก่คู่ค้าสื่อ
4. เงื่อนไขสำหรับการจัดวางโฆษณา เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดวางโฆษณา ระยะเวลา ฯลฯ (ต่อไปอ้างอิงถึงว่า "เงื่อนไขการจัดวางโฆษณา") จะต้องถูกกำหนดโดยบริษัท บริษัทจะยืนยันเงื่อนไขการจัดวางโฆษณาเป็นการล่วงหน้ากับคู่ค้าสื่อในรูปแบบที่เป็นลายลักษณ์อักษรหรือทางอีเมล

ข้อ 7 (การตั้งค่าสำหรับพื้นที่เผยแพร่โฆษณา)
หากคู่ค้าสื่อผ่านการตรวจสอบในข้อก่อนหน้า คู่ค้าสื่อจะได้รับ SKD เฉพาะหรือโปรแกรมเฉพาะจากไซต์สำหรับคู่ค้าสื่อ และจึงจัดสร้างพื้นที่จูงใจที่กระดานข้อเสนอหรือในพื้นที่โฆษณาที่แสดงในฟีดในสื่อกลาง เพื่อจัดวางโฆษณาของสื่อไคลเอ็นต์โดยตั้งค่าตามเอกสารกระบวนการจูงใจ

ข้อ 8 (การจัดการบัญชี)
1. คู่ค้าสื่อจะต้องจัดการ ID และรหัสผ่านที่บริษัทมอบให้แก่คู่ค้าสื่ออย่างเข้มงวดโดยเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายและรับผิดชอบด้วยตนเอง และจะต้องไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกใช้ ID และข้อมูลอื่นๆ นี้ อีกทั้งจะต้องไม่ให้ มอบหมาย จำหน่าย สัญญาว่าจะให้ แบ่งปัน หรือทำให้ข้อมูล ID และข้อมูลอื่นๆ นี้ให้รั่วไหลไปสู่บุคคลภายนอก
2. คู่ค้าสื่อจะต้องไม่อนุญาตให้บุคคลใดก็ตามที่นอกเหนือจากพนักงานที่ได้รับอนุญาตอย่างเหมาะสมแล้ว ใช้ ID และข้อมูลอื่นๆ นี้
3. การใช้งานทั้งหมดและกิจกรรมอื่นๆ ของระบบการเผยแพร่โฆษณาที่ใช้ ID และรหัสผ่านของคู่ค้าสื่อที่เกี่ยวข้อง จะถูกพิจารณาว่าเป็นการใช้งานโดยคู่ค้าสื่อรายนั้น
4. หากคู่ค้าสื่อพบว่ามีการรั่วไหล มีการโจรกรรม หรือมีการนำ ID และข้อมูลอื่นๆ ไปใช้ในทางที่ผิด หรือหากมีข้อสงสัยว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น คู่ค้าสื่อจะต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงเรื่องดังกล่าวโดยทันที ในกรณีเช่นนี้ หากบริษัทมีคำสั่งออกมา คู่ค้าสื่อจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งเหล่านั้น
5. หากคู่ค้าสื่อ ผู้ใช้ หรือบุคคลภายนอกประสบกับความเสียหายอันเนื่องมาจากความบกพร่องในการจัดการ ความผิดพลาดในการใช้งาน หรือการใช้งาน ID และข้อมูลอื่นๆ โดยบุคคลภายนอก คู่ค้าสื่อจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อค่าเสียหายดังกล่าว และบริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าเสียหายดังกล่าว หากบริษัทประสบกับความเสียหายอันเนื่องมาจากมีการนำ ID และข้อมูลอื่นๆ ไปใช้อย่างไม่เหมาะสม คู่ค้าสื่อจะต้องชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าวให้แก่บริษัท

ข้อ 9 (การเปลี่ยนแปลงข้อมูลการลงทะเบียน)
1. หากมีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับข้อมูลการลงทะเบียนของคู่ค้าสื่อ (ต่อไปนี้อ้างอิงถึงว่า "ข้อมูลการลงทะเบียน") คู่ค้าสื่อจะต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวโดยทันที โดยดำเนินการตามกระบวนการที่บริษัทระบุไว้ หากคู่ค้าสื่อไม่แจ้งให้บริษัททราบถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ บริษัทอาจจัดการเสมือนว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นกับข้อมูลการลงทะเบียน
2. แม้ว่าคู่ค้าสื่อจะประสบกับความเสียหายอันเนื่องมาจากไม่ได้ดำเนินการแจ้งให้ทราบตามวรรคก่อนหน้า แต่บริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ หากประกาศที่บริษัทส่งให้แก่คู่ค้าสื่อเดินทางไม่ถึงหรือล่าช้าเนื่องจากคู่ค้าสื่อไม่มีการแจ้งเตือนตามวรรคก่อนหน้า ประกาศดังกล่าวจะถูกพิจารณาว่าเดินทางมาถึง ณ เวลาที่ประกาศควรจะเดินทางมาถึงตามปกติ

ข้อ 10 (ค่าธรรมเนียมที่อาจมีขึ้น)
1. ในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดวางโฆษณาในสื่อไคลเอ็นต์ อาจมีค่าธรรมเนียมที่อาจมีขึ้นได้ หากคู่ค้าสื่อสนับสนุนการส่งเสริมการขายสำหรับระบบการเผยแพร่โฆษณาให้แก่ผู้ใช้สื่อกลาง โดยการตั้งค่าพื้นที่จูงใจที่กระดานข้อเสนอหรือโดยการแสดงในฟีดในสื่อกลาง ราคาต่อหน่วยและเงื่อนไขที่อาจมีขึ้นซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดวางโฆษณาในสื่อไคลเอ็นต์ ที่ใช้เป็นพื้นฐานในการใช้คำนวณค่าธรรมเนียมที่อาจมีขึ้น จะต้องถูกกำหนดโดยบริษัทโดยอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของบริษัทเอง นอกจากนี้ ราคาต่อหน่วยและเงื่อนไขที่อาจมีขึ้นนี้จะต้องมีการแจ้งให้คู่ค้าสื่อที่เกี่ยวข้องทราบโดยการระบุข้อมูลลงในไซต์สำหรับคู่ค้าสื่อ
2. บริษัทจะคำนวณจำนวนกรณีที่อาจมีขึ้นและจำนวนค่าธรรมเนียมที่อาจมีขึ้นเมื่อสรุปธุรกรรมในช่วงสิ้นเดือนของแต่ละเดือน และจะแจ้งให้คู่ค้าสื่อทราบถึงข้อมูลดังกล่าวโดยใช้วิธีการตามที่บริษัทกำหนดไว้ คู่ค้าสื่อจะยืนยันจำนวนดังกล่าวหลังจากที่ได้รับการแจ้งเตือนดังกล่าว
3. หากคู่ค้าสื่อมีข้อคัดค้านเกี่ยวกับจำนวนที่แจ้งในวรรคก่อนหน้า คู่ค้าสื่อจะต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงการคัดค้านดังกล่าวภายในสิ้นเดือนที่คู่ค้าสื่อได้รับการแจ้งเตือน และจะต้องหารือเรื่องดังกล่าวกับบริษัท
4. บริษัทจะจ่ายค่าธรรมเนียมที่อาจมีขึ้นให้แก่คู่ค้าสื่อโดยการโอนค่าธรรมเนียมที่อาจมีขึ้นไปยังบัญชีของสถาบันการเงินที่คู่ค้าสื่อลงทะเบียนไว้ในไซต์สำหรับคู่ค้าสื่อภายในสิ้นเดือนของเดือนที่ถัดจากวันที่ครบกำหนด (หากวันที่จ่ายเงินตรงกับวันหยุด การจ่ายเงินจะดำเนินการในวันทำการถัดไป) หากคู่ค้าสื่อไม่มีข้อคัดค้านใดๆ ตามวรรคก่อนหน้านี้ หลังจากที่มีการแจ้งเตือนถึงจำนวนค่าธรรมเนียมที่อาจมีขึ้น ทั้งนี้ คู่ค้าสื่อจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าธรรมเนียมการโอนเงินของธนาคาร
5. หากการคำนวณค่าธรรมเนียมที่อาจมีขึ้นมีเศษไม่ถึงหนึ่ง (1) บาท บริษัทจะปัดเศษดังกล่าวให้เป็นจำนวนถ้วน

ข้อ 11 (บัญชีรับโอน)
1. บัญชีที่คู่ค้าสื่อจะต้องลงทะเบียนเพื่อใช้เป็นบัญชีสำหรับรับโอนเงินค่าธรรมเนียมที่อาจมีขึ้น (ต่อไปอ้างอิงถึงเพียงว่า "บัญชีรับโอน") จะจำกัดเฉพาะบัญชีของสถาบันการเงินในประเทศไทยเท่านั้น แม้ว่าคู่ค้าสื่อจะเป็นองค์กรของต่างชาติ แต่บริษัทจะจ่ายค่าธรรมเนียมที่อาจมีขึ้นเข้าสู่บัญชีที่มีอยู่ในสถาบันการเงินในประเทศไทยเป็นหน่วยเงินบาทไทย
2. ชื่อของบัญชีรับโอนจะต้องเป็นชื่อเดียวกันกับชื่อของคู่ค้าสื่อ
3. หากคู่ค้าสื่อเปลี่ยนบัญชีรับโอน คู่ค้าสื่อจะต้องปฏิบัติตามขั้นตอนที่ระบุในไซต์สำหรับคู่ค้าสื่อภายในวันที่ 10 ของเดือนที่มีการจ่ายค่าธรรมเนียมที่อาจมีขึ้น
4. จะถือว่าบริษัทได้ดำเนินการตามข้อผูกมัดการจ่ายเงินแล้ว เมื่อบริษัททำการจ่ายค่าธรรมเนียมที่อาจมีขึ้นไปยังบัญชีรับโอนที่เกี่ยวข้องซึ่งได้มีการลงทะเบียนไว้ในไซต์สำหรับคู่ค้าสื่อ

ข้อ 12 (ข้อห้าม)
1. คู่ค้าสื่อถูกห้ามมิให้ทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับข้อใดก็ตามดังต่อไปนี้หรือทำสิ่งใดๆ ที่มีแนวโน้มว่าจะเกี่ยวข้องกับข้อใดก็ตามดังต่อไปนี้ คู่ค้าสื่อยังถูกห้ามมิให้จัดการให้บุคคลภายนอกทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับข้อใดก็ตามดังต่อไปนี้อีกด้วย
(1) กิจกรรมที่ละเมิดข้อกำหนดใดๆ ในข้อบังคับเหล่านี้
(2) กิจกรรมที่ละเมิด หรือมีแนวโน้มว่าจะละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เช่น ลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า รวมทั้งสิทธิและผลประโยชน์อื่นๆ ของบริษัทหรือบุคคลภายนอก
(3) กิจกรรมการระบุข้อมูลหรือลงทะเบียนข้อมูล ฯลฯ รวมทั้งเนื้อหาที่ไม่เป็นจริงหรือไม่ชัดเจนหรือเนื้อหาที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
(4) กิจกรรมการส่งหรือติดตั้งโปรแกรมที่เป็นอันตราย เช่น ไวรัสคอมพิวเตอร์
(5) กิจกรรมที่ทำให้เกิดหรือมีแนวโน้มว่าจะทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการใช้หรือควบคุมอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก ระบบ ฯลฯ ของบริษัทหรือบุคคลภายนอก
(6) การใช้ระบบการเผยแพร่โฆษณาที่เกินขอบเขตหรือมีแนวโน้มว่าจะเกินขอบเขตที่ระบุไว้ในข้อบังคับเหล่านี้
(7) กิจกรรม เช่น การทำสำเนา การแก้ไข การทำวิศวกรรมย้อนกลับ การดีคอมไพล์ และการแปลงระบบการเผยแพร่โฆษณาเป็นแอสแซมบลี
(8) กิจกรรมที่ขัดขวางหรือมีแนวโน้มว่าจะขัดขวางการนำเสนอระบบการเผยแพร่โฆษณา
(9) กิจกรรมการใส่ลิงก์ที่เชื่อมโยงไปยังไซต์อื่นที่นอกเหนือจากไซต์ที่บริษัทอนุมัติ
(10) กิจกรรมใดก็ตามที่เป็นอันตรายต่อความน่าเชื่อถือในสังคมและชื่อเสียงของบริษัท
(11) กิจกรรมที่แบ่งแยก หรือทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อบุคคลภายนอก หรือส่งผลเสียต่อชื่อเสียงหรือความน่าเชื่อถือของบุคคลภายนอก
(12) การกระทำที่เป็นอันตรายต่อสังคม ซึ่งส่งเสริมการกระทำผิดทางอาญา เป็นต้น
(13) การกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายและข้อบังคับ หรือละเมิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและหลักจริยธรรมที่ดีของสาธารณชน
(14) กิจกรรมอื่นๆ ที่บริษัทตัดสินว่าไม่เหมาะสม
2. หากคู่ค้าสื่อเรียนรู้ว่า มีการทำกิจกรรมซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อใดก็ตามในวรรคก่อนหน้านี้ หรือตัดสินว่า มีแนวโน้มที่จะมีการทำกิจกรรมซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อใดก็ตามในวรรคก่อนหน้านี้ คู่ค้าสื่อจะต้องแจ้งให้บริษัททราบตามนั้นโดยทันที

ข้อ 13 (การรับรอง)
1. คู่ค้าสื่อรับรองว่า สื่อกลางซึ่งใช้ระบบการเผยแพร่โฆษณาและเนื้อหาของข้อความโฆษณาที่สื่อกลางจัดให้มีขึ้น จะไม่นำเสนอข้อใดก็ตามดังต่อไปนี้:
(1) เนื้อหาที่ขาดเหตุผลที่ดีหรือเป็นการทรยศต่อความไว้วางใจของผู้ใช้
① เนื้อหาที่ทำให้เกิดหรือมีแนวโน้มว่าจะทำให้เกิดข้อผิดพลาดด้านข้อเท็จจริง
② เนื้อหาที่มีหรือมีแนวโน้มว่าจะมีข้อความที่รุนแรง ไม่เป็นที่พึงประสงค์ หรือมีลักษณะแปลก หรือข้อความอื่นๆ ที่ผู้ใช้จะพิจารณาได้ว่ามีลักษณะโดยรวมไม่น่าพึงพอใจ
③ เนื้อหาที่มีแนวโน้มว่าจะทำให้ผู้ใช้สับสน หรือก่อให้เกิดความรู้สึกไม่สบายใจเนื่องจากไม่ได้อิงตามหลักวิทยาศาสตร์หรือมีลักษณะใกล้เคียงกับเรื่องความเชื่อทางไสยศาสตร์
④ เนื้อหาที่จูงใจหรือมีแนวโน้มว่าจะโน้มน้าวกลุ่มทางการเมือง กลุ่มทางศาสนา หรือกลุ่มที่เทียบเท่ากับกลุ่มทางการเมืองและกลุ่มทางศาสนาใดๆ, หรือส่งเสริม หรือมีแนวโน้มว่าจะส่งเสริมศาสนา, หรือแสวงหาหรือมีแนวโน้มที่จะแสวงหาเงินบริจาคหรือเงินสนับสนุน
⑤ เนื้อหาที่มีการใช้ข้อความเพื่อสร้างอิทธิพลต่อจิตใต้สำนึกของบุคคล (การส่งผลต่อจิตใต้สำนึก เป็นต้น)
⑥ เนื้อหาที่สร้างความรำคาญหรือมีแนวโน้มว่าจะสร้างความรำคาญ เช่น สแปม หรือเนื้อหาที่สนับสนุนหรือส่งเสริม หรือที่มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนหรือส่งเสริมกิจกรรมที่สร้างความรำคาญในลักษณะนี้
⑦ เนื้อหาที่มีอิทธิพลหรือมีแนวโน้มว่าจะมีอิทธิพลในเชิงลบอย่างมากต่อสังคมและหลักจริยธรรมสาธารณะที่ดี
(2) เนื้อหาที่ขาดการให้เกียรติ สร้างความเสื่อมเสียต่อผู้อื่น หรือเป็นอันตรายต่อชื่อเสียงของผู้อื่น
① เนื้อหาที่มีส่วนประกอบของการแสดงออกหรือเนื้อหาที่นำไปสู่การแบ่งแยกตามกลุ่มชาติพันธุ์ เชื้อชาติ เพศ ความเชื่อ ตำแหน่งทางสังคม ตำแหน่งที่ตั้งของที่อยู่อาศัย คุณลักษณะทางกายภาพ ประวัติทางการแพทย์ การศึกษา ทรัพย์สิน ฯลฯ
② เนื้อหาที่สร้างความเสื่อมเสียหรือแสดงการดูหมิ่น หรือมีแนวโน้มที่จะสร้างความเสื่อมเสียหรือแสดงการดูหมิ่นต่อบุคคลหรือกลุ่มเฉพาะใดๆ
(3) เนื้อหาที่ขัดต่อหลักศีลธรรมจรรยาทางสังคมหรือกฎหมายและข้อบังคับใดๆ
① เนื้อหาที่เกี่ยวข้องหรือมีแนวโน้มที่จะเกี่ยวข้องกับกิจกรรมการพนัน
② เนื้อหาที่แสดงการสนับสนุนหรือส่งเสริม หรือมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนหรือส่งเสริมการซื้อหรือขายสลากกินแบ่ง
③ เนื้อหาที่เกี่ยวข้องหรือมีแนวโน้มที่จะเกี่ยวข้องกับธุรกิจพีระมิดหรือการตลาดแบบหลายระดับชั้น
④ เนื้อหาที่สนับสนุนหรือส่งเสริม หรือมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนหรือส่งเสริมการใช้สารกระตุ้น ยาเสพติด ยารักษาโรคทางระบบประสาทและจิต กัญชา ฝิ่น สารเป็นพิษ หรือยาที่มีประสิทธิภาพ  
⑤ เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง หรือมีแนวโน้มที่จะเกี่ยวข้องกับการกระทำที่เป็นอันตรายต่อสังคม เช่น การแนะนำ การสนับสนุน หรือการส่งเสริมอาชญากรรมหรือการละเมิดกฎหมายและข้อบังคับ
⑥ เนื้อหาที่ละเมิดหรือมีแนวโน้มที่จะละเมิดสิทธิใดๆ ของบุคคล เช่น สิทธิในทรัพย์สินและความเป็นส่วนตัวของบุคคลภายนอก
⑦ เนื้อหาที่ละเมิดหรือมีแนวโน้มที่จะละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เช่น เครื่องหมายการค้า, ลิขสิทธิ์, ธรรมสิทธิ์ (Moral Right), สิทธิในภาพบุคคล (Portrait Right), สิทธิ์ในชื่อเสียง (Publicity Right) ฯลฯ ของบุคคลภายนอก
⑧ เนื้อหาที่ประกอบด้วยหรือมีแนวโน้มที่จะประกอบด้วยข้อความและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์นัดเดทออนไลน์ หรือที่มีจุดมุ่งหมายหรือมีแนวโน้มที่จะมุ่งหมาย หรือมุ่งหวัง หรือเชิญชวนให้มีเพศสัมพันธ์
⑨ เนื้อหาที่ส่งเสริม หรือมีแนวโน้มที่จะส่งเสริมภาพลามกอนาจารของเด็ก การค้าประเวณี หรือการค้าประเวณีเด็ก
⑩ เนื้อหาที่มีการใช้ชื่อปลอม
⑪ เนื้อหาที่ละเมิดหรือมีแนวโน้มที่จะละเมิดกฎหมายและข้อบังคับ หรือความเป็นระเบียบเรียบร้อยและหลักจริยธรรมที่ดีของสาธารณชน
(4) เนื้อหาที่ขัดขวางต่อการพัฒนาการอย่างมีสุขภาพดีของเยาวชน
① เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการกระทำหรือสิ่งที่ขาดจริยธรรม หรือการใช้ข้อความที่เกี่ยวข้องกับเพศหรือสิ่งต่างๆ ที่บริษัทตัดสินว่าผิดหลักจริยธรรม
② เนื้อหาที่ขัดขวางหรือมีแนวโน้มที่จะขัดขวางพัฒนาการอย่างมีสุขภาพดี ซึ่งมีความโดดเด่นในการกระตุ้นความรู้สึกทางเพศของเยาวชน ส่งเสริมความโหดร้าย สนับสนุนการฆ่าตัวตายหรืออาชญากรรมอย่างยิ่งยวด หรือแสดงการสนับสนุนหรือใช้ข้อความที่ยกย่องการกระทำที่ต่อต้านสังคม เช่น ความรุนแรง ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายของบุคคล
③ เนื้อหาที่แสดงออกในลักษณะที่ต่อต้านความคิดที่ดีและเป็นที่เป็นที่ยอมรับในสังคม หรือเนื้อหาที่แสดงออกในลักษณะที่ทำให้บุคคลเสื่อมเสียภาพลักษณ์
(5) อื่นๆ
① เนื้อหาที่ขัดแย้งหรือมีแนวโน้มที่จะขัดแย้งกับหลักเกณฑ์ คู่มือ ข้อมูลจำเพาะ มาตรฐาน และข้อต่างๆ ที่ระบุอยู่ในข้อบังคับอื่นๆ ที่หลากหลาย
② เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นๆ ซึ่งบริษัทตัดสินว่าไม่เหมาะสมเมื่อพิจารณาอย่างมีเหตุมีผล
ข้อ 14 (การระงับชั่วคราวและการระงับการให้บริการชั่วคราว ฯลฯ)
1. หากบริษัทประสบกับข้อใดก็ตามดังต่อไปนี้ บริษัทอาจระงับการให้บริการระบบการเผยแพร่โฆษณาทั้งหมดหรือเพียงส่วนหนึ่ง
(1) หากมีการดำเนินการย้าย บำรุงรักษา ตรวจสอบ หรือสร้าง ฯลฯ ระบบการเผยแพร่โฆษณา
(2) หากไม่สามารถให้บริการระบบการเผยแพร่โฆษณาได้เนื่องจากอัคคีภัย ไฟดับ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ การเข้าถึงโอเวอร์โหลด หรือเหตุสุดวิสัยอื่นๆ
(3) หากเกิดปัญหาขึ้นกับระบบการเผยแพร่โฆษณาเนื่องจากมีการเข้าถึงระบบการเผยแพร่โฆษณาโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากภายนอก
(4) หากเกิดปัญหาขึ้นกับระบบการเผยแพร่โฆษณาโดยที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากบริษัท ซึ่งมิใช่เหตุผลที่ระบุในข้อต่างๆ ก่อนหน้านี้
2. หากบริษัทระงับการให้บริการระบบการเผยแพร่โฆษณาทั้งหมดหรือเพียงส่วนหนึ่ง เนื่องจากเหตุผลที่ระบุอยู่ในวรรคก่อนหน้า บริษัทจะต้องแจ้งให้คู่ค้าสื่อที่เกี่ยวข้องทราบถึงเรื่องดังกล่าวเป็นการล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม หากการระงับในลักษณะนี้เกิดขึ้นเนื่องจากเหตุผลเร่งด่วนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หรือเหตุสุดวิสัย ประกาศในลักษณะนี้จำเป็นจะต้องถูกจัดให้มีขึ้นโดยเร็วที่สุดหลังจากที่มีการระงับการให้บริการดังกล่าว
3. หากคู่ค้าสื่อประสบกับสิ่งใดก็ตามในข้อ 12 วรรค 1 หรือละเมิดข้อกำหนดอื่นใดของข้อบังคับเหล่านี้ บริษัทสามารถระงับการให้บริการระบบการเผยแพร่โฆษณาเป็นการทั้งหมดหรือเพียงส่วนหนึ่งได้ โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าหรือไม่ต้องแจ้งเตือนแก่คู่ค้าสื่อ
4. บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับคู่ค้าสื่อหรือบุคคลภายนอกอันเนื่องมาจากการระงับ ฯลฯ การให้บริการระบบการเผยแพร่โฆษณาแก่คู่ค้าสื่อตามข้อนี้

ข้อ 15 (การเป็นเจ้าของสิทธิ)
ลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบการเผยแพร่โฆษณาจะต้องเป็นของบริษัท หรือบุคคลภายนอกที่อนุญาตสิทธิเหล่านั้นให้แก่บริษัท และคู่ค้าสื่อจะไม่สั่งพิมพ์ใหม่ มอบหมาย ให้ แปล แก้ไข ถ่ายโอนแก่สาธารณะ (รวมทั้งทำให้สามารถถ่ายโอนได้) เผยแพร่ ตีพิมพ์ ใช้เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ หรือใช้ประโยชน์อื่นใดจากระบบการเผยแพร่โฆษณาที่เกินกว่าขอบเขตที่ระบุไว้อย่างชัดเจนตามข้อบังคับเหล่านี้

ข้อ 16 (โฆษณา)
บริษัทสามารถใช้ผลลัพธ์จริงและเนื้อหาของระบบการเผยแพร่โฆษณา ข้อมูลเกี่ยวกับคู่ค้าสื่อ ข้อมูลเกี่ยวกับสื่อกลาง ฯลฯ ภายในขอบเขตของความจำเป็นที่จะต้องควบคุมระบบการเผยแพร่โฆษณา ซึ่งรวมถึงโฆษณา ข่าวประชาสัมพันธ์ รายงานธุรกิจ ฯลฯ โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องได้รับการอนุมัติล่วงหน้าจากคู่ค้าสื่อและโดยที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม

ข้อ 17 (การจ่ายค่าชดเชย)
1.บริษัทจะไม่รับประกันถึงประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความแม่นยำ ความสมบูรณ์ ความถูกต้องตามกฎหมาย ความแน่นอน ความจริง ฯลฯ ของระบบการเผยแพร่โฆษณาและ SDK เฉพาะ
2.ข้อมูลที่จัดหาหรือถ่ายโอนโดยคู่ค้าสื่อโดยใช้ระบบการเผยแพร่โฆษณาถือเป็นการนำเสนอภายใต้ความรับผิดชอบของคู่ค้าสื่อ และบริษัทจะไม่ให้การรับประกันใดๆ หรือจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการดังกล่าว

ข้อ 18 (การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่เป็นความลับ)
1. คู่ค้าสื่อจะไม่ใช้ข้อมูลทางเทคนิค ความลับทางการค้า และข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น ความคิด วิธีการดำเนินการ สิ่งประดิษฐ์ ภาพวาด รูปถ่าย ข้อมูลจำเพาะ และข้อมูลคอมพิวเตอร์ ที่เปิดเผยโดยบริษัท ไม่ว่าด้วยวาจาหรือเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อสมัครใช้งาน หรือเมื่อดำเนินการตามข้อตกลงการใช้ระบบการเผยแพร่โฆษณา (ต่อไปอ้างอิงถึงว่า "ข้อมูลที่เป็นความลับ") เพื่อจุดประสงค์อื่นใดที่นอกเหนือจากการใช้ระบบการเผยแพร่โฆษณา หรือจะไม่เปิดเผย หรือไม่ทำให้ข้อมูลที่เป็นความลับนี้รั่วไหลไปสู่บุคคลภายนอก
2. แม้ว่าจะมีข้อกำหนดอยู่ในวรรคก่อนหน้า แต่วรรคก่อนหน้าจะไม่นำมาบังคับใช้กับข้อมูลใดก็ตามที่มีลักษณะดังข้อต่อไปนี้:
(1) ข้อมูลนั้นๆ เป็นที่ทราบกันในสาธารณะก่อนที่จะมีการเปิดเผยหรือแจ้งข้อมูลนั้น
(2) ข้อมูลมีเจ้าของอยู่แล้วก่อนที่จะมีการเปิดเผยหรือแจ้งข้อมูลนั้น
(3) ข้อมูลกลายเป็นที่รับทราบในสาธารณะแต่ไม่ใช่เนื่องด้วยเหตุผลที่เกิดจากฝ่ายรับข้อมูล หลังจากที่มีการเปิดเผยหรือแจ้งข้อมูลนั้น
(4) ข้อมูลพัฒนาขึ้นโดยอิสระโดยฝ่ายรับข้อมูลแต่มิได้เป็นผลสืบเนื่องมาจากข้อมูลที่เป็นความลับ หลังจากที่มีการเปิดเผยหรือแจ้งข้อมูล
(5) ข้อมูลนั้นได้รับมาจากบุคคลภายนอกโดยที่ไม่มีข้อผูกมัดให้รักษาเป็นความลับ หลังจากที่มีการเปิดเผยหรือแจ้งข้อมูล

ข้อ 19 (การยกเลิก)
1. หากคู่ค้าสื่อมีลักษณะตามข้อใดก็ตามดังต่อไปนี้ บริษัทสามารถยกเลิกข้อตกลงการใช้งานระบบการเผยแพร่โฆษณาได้เป็นการทั้งหมดหรือเพียงส่วนหนึ่งได้โดยทันที โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าหรือแจ้งเตือนแก่คู่ค้าสื่อ:
(1) หากคู่ค้าสื่อละเมิดข้อกำหนดข้อใดก็ตามของข้อบังคับเหล่านี้
(2) หากบริษัทตัดสินว่า มีการให้คำอธิบายที่ไม่เป็นความจริงหรือไม่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อมูลการลงทะเบียนหรือเนื้อหาที่ส่งให้แก่บริษัท
(3) หากมีการล่วงรู้ว่า คู่ค้าสื่อมีการนำเสนอที่แตกต่างไปจากเนื้อหาที่บริษัทได้อนุมัติไว้
(4) หากไม่สามารถระบุหาตำแหน่งที่ตั้งได้ หรือไม่สามารถติดต่อสื่อสารได้
(5) หากเป็นที่ทราบว่า คู่ค้าสื่อไม่มีแนวโน้มที่จะปฏิบัติตามข้อผูกมัดของข้อบังคับเหล่านี้โดยที่ไม่มีเหตุผลอันควร
(6) หากมีการยื่นคำร้องให้ล้มละลาย มีการเข้าสู่กระบวนการขอคุ้มครองสินทรัพย์จากการล้มละลาย มีการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ มีการเข้าสู่กระบวนการชำระหนี้ หรือมีคำร้องให้ดำเนินกระบวนการปกป้องรักษา หรือหากคู่ค้าสื่อมีแนวโน้มที่จะต้องประสบกับกระบวนการดังกล่าวข้างต้น
(7) หากคู่ค้าสื่อมีแนวโน้มที่จะถูกดำเนินการดังนี้คือ การอายัดทรัพย์ การอายัดทรัพย์ชั่วคราว การโอนการครอบครองชั่วคราว การบังคับคดี หรือการอายัดทรัพย์เนื่องจากไม่เสียภาษี
(8) หากไม่มีการดำเนินการตามใบแจ้งหนี้ที่ผู้ส่งจ่าหน้าซองถึงตนเองหรือหากเช็คไม่สามารถจ่ายเงินได้
(9) หากคู่ค้าสื่อมีแนวโน้มที่จะต้องถูกสั่งยกเลิกธุรกิจหรือได้รับคำสั่งให้ระงับการให้บริการ ฯลฯ โดยผู้มีอำนาจหน้าที่
(10) หากมีข้อกังวลว่า มีความสัมพันธ์ด้านทุน ความสัมพันธ์ด้านธุรกรรม หรือความสัมพันธ์อื่นๆ กับกลุ่มต่อต้านสังคม
(11) กรณีอื่นๆ ที่มีเหตุผลอันควรที่จะยืนยันได้ว่า สถานะความน่าเชื่อถือของคู่ค้าสื่อแย่ลง หรือมีแนวโน้มว่า สถานะความน่าเชื่อถือของคู่ค้าสื่อแย่ลง
2. หากบริษัทยกเลิกข้อตกลงการใช้งานระบบการเผยแพร่โฆษณาเนื่องจากข้อใดก็ตามในวรรคก่อนหน้านี้ และคู่ค้าสื่อประสบกับความเสียหายเนื่องจากการยกเลิกดังกล่าว บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าเสียหายเหล่านี้

ข้อ 20 (การล้มเลิกระบบการเผยแพร่โฆษณา)
1. บริษัทสามารถล้มเลิกระบบการเผยแพร่โฆษณาทั้งหมดหรือเพียงส่วนหนึ่งได้ ในกรณีเช่นนี้ บริษัทจะแจ้งให้คู่ค้าสื่อทราบและระบุถึงวันที่ล้มเลิกให้เป็นที่ทราบล่วงหน้า โดยระบุข้อมูลไว้ในไซต์สำหรับคู่ค้าสื่อ หรือใช้วิธีการที่บริษัทตัดสินว่าเหมาะสม อย่างไรก็ตาม สำหรับกรณีฉุกเฉิน ข้อกำหนดนี้จะไม่บังคับใช้
2. ในกรณีตามวรรคก่อนหน้า ข้อตกลงการใช้งานระบบการเผยแพร่โฆษณาที่เกี่ยวข้องกับการล้มเลิกนั้นจะสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ ณ วันที่มีการล้มเลิกระบบการเผยแพร่โฆษณาเป็นการทั้งหมดหรือเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง
3. บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับคู่ค้าสื่อหรือบุคคลภายนอกใดๆ ซึ่งมีสาเหตุเนื่องมาจากการล้มเลิกระบบการเผยแพร่โฆษณาหรือการยุติข้อตกลงการใช้งานระบบการเผยแพร่โฆษณาตามข้อนี้

ข้อ 21 (การชดใช้ค่าเสียหาย)
โดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบที่มีต่อการไม่ปฏิบัติตามข้อผูกมัด ความรับผิดชอบต่อการละเมิด หรือเมื่อต้องดำเนินการตามข้อเรียกร้องอื่นทางกฎหมาย ขอบเขตของความรับผิดชอบในการชดใช้ค่าเสียหายจะต้องจำกัดอยู่เฉพาะค่าเสียหายตามปกติที่เกิดขึ้นอันมีสาเหตุมาจากบริษัท หรือค่าเสียหายตามปกติที่ถูกทำให้เกิดขึ้นโดยตรงจากการที่บริษัทละเมิดข้อตกลงการใช้งานระบบการเผยแพร่โฆษณา และจะต้องไม่เกินกว่าจำนวนที่ระบุไว้ด้านล่าง บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่อค่าเสียหายที่ถูกทำให้เกิดขึ้นเนื่องด้วยเหตุผลที่มิได้สืบเนื่องมาจากบริษัท หรือสถานการณ์พิเศษ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่บริษัทคาดคะเนได้หรือไม่ รวมทั้งการสูญเสียกำไร
(1) จำนวนการชดใช้ค่าเสียหายเทียบเท่ากับจำนวนโดยเฉลี่ยต่อเดือน (สำหรับระยะเวลาหนึ่ง (1) เดือน) ของค่าธรรมเนียมโฆษณาสำหรับระบบการเผยแพร่โฆษณาในช่วงหก (6) เดือนล่าสุดนับตั้งแต่สิ้นสุดเดือนก่อนหน้าของเดือนที่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น
(2) หากตั้งแต่วันที่เริ่มต้นใช้ระบบการเผยแพร่โฆษณาจนถึงสิ้นสุดเดือนก่อนหน้าของเดือนที่มีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นนั้น คิดเป็นระยะเวลาน้อยกว่าหก (6) เดือน จำนวนการชดใช้ค่าเสียหายจะเทียบเท่ากับจำนวนค่าธรรมเนียมโฆษณาสำหรับช่วงระยะเวลาดังกล่าวโดยเฉลี่ยต่อเดือน (สำหรับระยะเวลาหนึ่ง (1) เดือน)

ข้อ 22 (การยกเลิกข้อตกลงการใช้งานระบบการเผยแพร่โฆษณาของคู่ค้าสื่อ)
หากคู่ค้าสื่อมีความประสงค์ที่จะยกเลิกข้อตกลงการใช้งานระบบการเผยแพร่โฆษณาทั้งหมดหรือเพียงส่วนหนึ่ง คู่ค้าสื่อจะต้องแจ้งให้บริษัททราบล่วงหน้าอย่างน้อยสามสิบ (30) วันก่อนวันที่ยกเลิก โดยใช้วิธีการตามที่บริษัทระบุแยกไว้ต่างหาก

ข้อ 23 (ห้ามดำเนินการมอบหมาย)
คู่ค้าสื่อจะต้องไม่มอบหมายสิทธิและข้อผูกมัดภายใต้ข้อตกลงการใช้ระบบการเผยแพร่โฆษณาทั้งหมดหรือเพียงส่วนหนึ่งให้แก่บุคคลภายนอก ส่งต่อให้บุคคลภายนอกสืบทอด หรือมอบให้แก่บุคคลภายนอกเพื่อเป็นการค้ำประกัน

ข้อ 24 (เรื่องที่ต้องหารือ)
หากมีสิ่งใดที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับเหล่านี้หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการตีความข้อกำหนดในข้อบังคับเหล่านี้ คู่ค้าสื่อและบริษัทจะหารือและตกลงยุติปัญหานั้นด้วยความสุจริต

ข้อ 25 (กฎหมายที่ควบคุมและศาลที่ตกลงกันซึ่งมีเขตอำนาจแต่เพียงแห่งเดียว)
ข้อตกลงการใช้งานระบบการเผยแพร่โฆษณาจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของกฎหมายแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ ศาลในเขตอำนาจศาลไทยจะต้องเป็นศาลที่ตกลงกันซึ่งมีเขตอำนาจศาลแต่เพียงแห่งเดียวสำหรับข้อพิพาทใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงการใช้งานระบบการเผยแพร่โฆษณาและระบบการเผยแพร่โฆษณา

SERVICE  PUBLISHERS  ADVERTISERS
ABOUT  CAREER  CONTACT

© 2016, FreakOut (Thailand) Co.,Ltd.